วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ของเล่นภูมิปัญญาไทย เรือกาบกล้วย

เรือกาบกล้วย
วัสดุในการทำ
1.ก้านกล้วย  2. เศษกิ่งไม้เล็ก  3. ยางรัดของ  ค่ะ
พร้อมแล้วก็ ไปล่องเรือกัน เลย !!!


ขั้นตอนแรกนำก้านกล้วยมาตัดก่อน ยาวสักคืบนึงก็พอครับ แล้วพับครึ่ง




ขั้นตอนที่ 3 นำยางรัดของมารัดดังรูปด้านล่าง





ขั้นตอนที่ 4 นำเศษก้านกล้วยมาทำเป้นใบพัด





ขั้นตอนที่ห้า ม้วนๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


ขั้นตอนที่หก อย่าปล่อยมือนะ แล้วเอาลงสู่แหล่งน้ำได้เลยจ้า

ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก  www.thaigoodview.com

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แนะนำ แหล่งจำหน่ายของเล่นภูมิปัญญาไทย

แหล่งจำหน่ายของเล่นภูมิปัญญาไทย
ห้างสถาพร


ของเล่นของเด็กไทยแต่โบราณเป็นของเล่นจากธรรมชาติ เด็กมักใช้ดิน หิน หรือกิ่งก้านดอกเปลือกของต้นไม้ผลไม้ใกล้มือมาเล่น เช่น หมากเก็บใช้ก้อนหินเล็กๆ หมากอีตักใช้เม็ดมะขามหรือเม็ดน้อยหน่า ม้าก้านกล้วยใช้ก้านกล้วยตัดเป็นม้า ปืนอีโพละใช้กระบอกไม้ไผ่เป็นตัวปืนและใช้ดินหรือเมล็ดพืชเป็นกระสุน หม้อข้าวหม้อแกงปั้นด้วยดิน ด้วยเหตุนี้ร้านขายของเล่นของไทยแต่โบราณจึงไม่มี
      หากจะมีของเล่นขายบ้างก็คงเป็นของเล่นจากเมืองจีนหรือฝรั่งที่นำเข้า มาพร้อมเรือสำเภาหรือเรือกำปั่น
      ของเล่นจำพวกตุ๊กตาไขลานจากฝรั่งคงมีขายตามห้างฝรั่งมากขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เจ้านายบางพระองค์ชอบเล่นตุ๊กตาเหล่านี้ ดังเช่นในหนังสือชื่อราชินิกูลรัชกาลที่ 5 หน้า 143-144 บอกว่ากรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ (ต้นสกุล กปิตถา พูดง่ายๆว่าเป็นน้องคนหนึ่งของ ร.4) ทรงชอบสะสมของแปลกๆ ต่างๆ ซึ่งมีจน “ชั้นเครื่องเล่น เครื่องกล เครื่องตุ๊กตาต่างๆ เช่นลิงใส่เสื้อสีซอยักหน้าไปมา และนกร้องในกรงเป็นต้น”
      สมัยรัชกาลที่ 5 มีการประกาศขายของเล่นในช่วงใกล้คริสต์มาสและปีใหม่ของฝรั่ง และเคยมีข่าวลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกสมัย ฉบับวันที่ 25 กันยายน ร.ศ.118 พ.ศ.2442 ว่าเย็นวันที่ 23 ร.5 กับสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีทรงลงเรือประพาสออกแม่น้ำเจ้าพระยา ทรงแวะแพจีนเอี้ยงซึ่งทำของเล่นด้วย “เหล็กวิลาด” หรือสังกะสีขายอยู่ที่ปากคลองผดุงกรุงเกษมและทรงอุดหนุนจีนเอี้ยงจำนวนหนึ่ง
(ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหนังสือ ของเล่นแสนรัก โดยเอนก นาวิกมูล)


ร้านขายของจิปาถะ

เดิมร้านขายของเล่นในบ้านพิพิธภัณฑ์เป็นร้านเล็กๆแคบๆตั้งหันหลังชนกันกับร้านขายยา ชื่อเจริญพานิช ร้านเดิมมีพื้นที่น้อย ผู้ชมเข้าไปยืนดูแบบสบายๆไม่ได
      ปลาย พ.ศ.2549 สร้างตึก 2 เสร็จ มีการปรับเปลี่ยนหลายจุด ได้ย้ายร้านตัดผมอรุณเกศาขึ้นไปอยู่ชั้น 2 ใช้พื้นที่ร้านตัดผมเดิมเป็นร้านขายของเล่นแทน ตู้ที่ใช้ในร้านปรับมาจากตู้ร้านขายยาละแวกสะพานวันชาติ กทม.
      ร้านของเล่นใหม่ กรรมการประชุมตกลงว่า จะให้ชื่อ “ห้างสถาพร” เพื่อขอบคุณผู้บริจาคเงินสนับสนุนบ้านพิพิธภัณฑ์อีกคนคือคุณสถาพร ลิ้มมณี ในร้านของเล่น มีของเล่นเก่าใหม่มากพอสมควรเช่น
       ของเล่นยุค 2500 ที่เด็กยุค 2500 ประทับใจ เช่น เรือป๊อกแป๊ก ปืนแก๊ป จรวดโยนขึ้นไปในอากาศแล้วดิ่งหัวปักลงยังพื้นทำให้แก๊ปที่หัวระเบิดดังปัง
      ตุ๊กตานานาชาติ ยุค 2500 จากคุณวรวรรธ เมืองแมน และคุณพิมพร เมืองแมน
      ตุ๊กตาไขลานเด็กถือถ้วยชา แบบที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเคยส่งเป็นเครื่องราชบรรณาการส่งไปถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสเมื่อ 300 กว่าปีก่อน
      ญี่ปุ่นเรียกว่าคาราคูริ แปลว่าตุ๊กตากล เมื่อไขลานและวางถ้วยชาลงบนมือแล้ว เด็กจะเดินไปข้างหน้าได
      ญี่ปุ่นเพิ่งผลิตขายโดยทำตามตำราเก่าแก่ที่เขียนไว้ตั้งแต่สมัย ร.1 และเพิ่งเข้ามาขายในเมืองไทย บ้านพิพิธภัณฑ์ซื้อเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2549 เพื่อจัดแสดงโดยตรง
       (อ่านรายละเอียดจากที่เอนกเขียนลงในเนชั่นสุดสัปดาห์ พ.ศ.2549)
 จัดใหม่เมื่อปลายปี 2549
       เดิมห้องนี้ ทำเป็นร้านกาแฟ เมื่อกั้นร้านกาแฟใหม่ทางตึก 2 แล้ว จึงปรับร้านนี้เป็นร้านขายขนมนมเนย สบู่ ยาสีฟัน อาหารกระป๋อง ขวดน้ำปลา ฯลฯ อย่างที่เรียกกันว่าร้านโชห่วย
      ในร้านติดตู้ลำโพงสีฟ้า “เสียงตามสาย” แหล่งรับข้อมูลข่าวสารและบันเทิงคดีของคนไทยเชื้อสายจีนเมื่อ 40 – 50 ปีที่แล้ว

ร้านขายยา “จี้มิ้น”
 
   ในข้อเขียนเรื่อง “อธิบายแผนที่พระนครศรีอยุธยากับคำวินิจฉัยของพระยาโบราณราชธานินทร์” ซึ่งพระยาโบราณราชธานินทร์(พร เดชะคุปต์) นำคำร่ายโบราณ(คงเขียนสมัยอยุธยา) มาแสดง มีตอนหนึ่งกล่าวถึงย่านที่ขายเครื่องยาไว้ว่า ภายในกำแพงพระนครนั้น “มีตำบลย่านร้านตลาดขายของ” มากมาย บางย่านก็ขายหมากพลู บางย่านก็ขายตะลุ่มเชี่ยนหมาก บางย่านขายปิ่นปักผม กำไลมือ กำไลเท้า เสื้อ กางเกง
      “ย่านป่ายา ขายสรรพเครื่องเทศเครื่องไท ครบสรรพคุณยาทุกสิ่ง”
      นี่แสดงว่าสมัย 200 กว่าปีก่อนโน้นมีการทำร้านขายยากันเป็นย่านแล้วแต่จะเป็นแค่แผงชั่วคราวหรืออย่างไรไม่ทราบชัด
      ร้านขายยาในกรุงเทพฯที่น่าสนใจได้แก่ร้านขายยาตราหน้าวัว ที่ถนนตะนาว บางลำพู ซึ่งขายยาไทย มีตู้โต๊ะคลาสสิก ส่วนร้านขายยาจีนนั้น มีที่สวยๆหลายแห่งเช่นที่ตลาดสะพานหันเป็นต้น
      ตู้ร้านขายยาที่จัดแสดงในบ้านพิพิธภัณฑ์ ทั้งหมดขนมาจากอุทัยธานี เดิมเป็นของร้านจี้มิ้นขายยาในตัวเมือง เลิกกิจการแล้ว ทายาทคือ อ.สุชาดา อารีรอบ ร.ร.มหรรณพาราม (ตลิ่งชัน)ไม่ต้องการให้ของกระจัดกระจายจึงขายให้บ้านพิพิธภัณฑ์ในราคาย่อมเยา
      ตู้ยามีหลายชิ้นแต่พื้นที่บ้านพิพิธภัณฑ์คับแคบ จึงต้องแยกตู้และเคาน์เตอร์ไปใช้ห้องอื่นบ้าง ซุ้มสลักอักษรจีนเอาไปใช้ตกแต่งทางขึ้นชั้น 2 นอกจากนี้ยังมีม้านั่งสำหรับตั้งเครื่องบดยาขนาดเล็ก และตัวยาเป็นท่อนไม้สั้น ๆ บรรจุลังไม้แถมมาด้วย
      ตัวอย่างตัวยาที่มีหนังสือเขียนบอกไว้ เช่น ไม้เช็ดก้นพระเจ้า(พระร่วง) โพทะเล คงคาเลือด มะดาด กำแพงเจ็ดชั้น กันเกรา พิกุล กระดูกช้าง กระดูกเสือ งาช้าง ฯลฯ
      เครื่องบดยาใหญ่ได้รับบริจาคจากร้านขายยาที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์
      ชั้นตากยา และหีบ กระป๋อง กล่อง ขวด ซองยา แผ่นป้าย ที่อยู่ในตู้หรือบนหลังตู้ ส่วนใหญ่เป็นของที่บ้านพิพิธภัณฑ์ซื้อเก็บไว้

ร้านขายของที่ระลึก

จัดใหม่เมื่อปลายปี 2549
      เดิมพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นเคาน์เตอร์ขายบัตรเข้าชม และเป็นร้านให้เช่าหนังสือหรือร้านนิยาย(สมมติว่าห้างไทยทวี) เมื่อขยับร้านหนังสือไปอยู่ตึก 2 แล้วจึงปรับที่ตรงนี้ใหม่ให้เป็นที่ทำการหลายประสงค์ เอาตู้ลิ้นชักร้านขายยาชุดเดียวกับในร้านของเล่นมาตั้งไว้เป็นฉากหลัง เป็นที่ขายบัตรรับ-จ่ายเงิน ขายของเล่นไขลาน และของเล่นกระจุกกระจิก
      ฝั่งตรงกันข้ามเป็นส่วนขายหนังสือ และสิ่งพิมพ์ของบ้านพิพิธภัณฑ์ อาทิ สมุด โปสการ์ด บัตรภาพ 


ซุ้มทางขึ้นบันได
 
 มาจากร้านขายยาจี้มิ้น จ.อุทัยธานี ซุ้มนี้แต่เดิมเป็นซุ้มทางเข้าหลังร้าน ข้อความดูเหมือนจะขาดหายไป เพราะไม่มีแผ่นป้ายตรงส่วนยอดซุ้มติดมาด้วย มีผู้รู้เล่าว่าการมีแผ่นป้ายนี้ประดับร้านแสดงว่าหมอเก่งมาก
      ข้อความภาษาจีนที่แกะสลักไว้บนแผ่นไม้สองข้าง กล่าวเป็นทำนองว่า ที่นี่อบอวลไปด้วยเครื่องยาสมุนไพรบำรุงสุขภาพ 


ขอบคุณข้อมูลดีดีจ้า
http://houseofmuseums.siam.edu/test.htm

ของเล่นภูมิปัญญาไทย จั๊กจั่น จ้า

ของเล่นภูมิปัญญาไทย จั๊กจั่น


 รูปตัวอย่าง

อุปกรณ์การทำ

1. ไม้ไผ่เหลาเป็นแท่งเท่าไม้ตะเกียบ
2. ไม้ไผ่ตัดขวางเป็นแว่นขนาดยาว  1  นิ้ว
3. กระดาษสีน้ำตาล ตัดเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  2.5  นิ้ว
4. ไม้กลัดขนาดยาว    0.5  นิ้ว
5. กระดาษสีต่าง  ๆ
6. เส้นเอ็นเบอร์  30
7. ยางสนเคี่ยวให้เหลว
8. กาวลาเท็กซ์
 
วิธีการทำ

1  เคี่ยวยางสนให้เหลว
 
 
2  นำแท่งไม้ไผ่ชุบที่ปลายไม้ให้ยางสนเคลือบที่ปลายไม้


3  ตัดไม้ไผ่เป็นแว่น ขนาดยาว 1 นิ้ว
 
 
4  นำกระดาษสีน้ำตาลมาทากาวแล้วติดหุ้มด้านบนของไม้ไผ่ที่ตัดขวางเป็นแว่น
แล้วเจาะรูตรงกลางด้วยไม้กลัด จากนั้นตกแต่งด้านข้างให้ให้สวยงามด้วย
กระดาษสีต่าง ๆ
 
 
5  เจาะรูตรงกลางหลังกาวแห้งแล้ว


7  ร้อยเส้นเอ็นอีกด้านเข้าไปในช่องที่เจาะรูไว้แล้วนำไม้กลัดมาผูกกับ
เส้นเอ็น    ตรงกลางเพื่อกันไม่ให้เส้นเอ็นหลุดจากไม้ไผ่ที่ตกแต่งไว้
 
 
8  จะได้จักจั่นของเล่นที่ให้ความเพลิดเพลินสนุกสนาน
 
 
สืบสายวัฒนธรรม ร่วมสืบทอดสิ่งประดิษฐ์ 
เป็นความคิดที่รอการกระทำจากคนไทย 
ช่วยกันดำรงสืบไว้ ความเป็นไทยจะได้
ไม่จางหายจากไท เรา 

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก  www.gotoknow.org/blog/chok/250967

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ของเล่นภูมิปัญญาไทย ของเล่น ใบจาก


คนไทยสมัยโบราณ รู้จักคิด ประดิษฐ์ ของเล่นต่างๆ จากภูมิปัญญาของตนจากการใช้ชีวิตประจำวัน โดยนำวัสดุธรรมชาติ ที่อยู่รอบๆตัว มาใช้ประดิษฐ์ของเล่น เกิดประโยชน์ โดยไม่ต้องซื้อให้เสียเงิน
ในที่จะขอยกตัวอย่าง ของเล่นที่ประดิษฐ์มาจาก ใบจาก คือ นาฬิกา แหวน สร้อยคอ ปลาตะเพียน ปี่


วัสดุ อุปกรณ์
มีด หรือ กรรไกร

วัตถุดิบ
1.ใบจาก
2. ก้านใบทางจาก หลาวตัดให้แหลมยาว ประมาณ 1 นิ้ว ไว้กลัดหางปลาตะเพียน

ขั้นตอน และวิธีทำ ดูภาพประกอบคำอธิบาย
1. ประดิษฐ์ นาฬิกาข้อมือ ชนิดสายเรียบ และสายถัก
2. ประดิษฐ์ แหวน สร้อยคอ (วิธีทำเหมือนนาฬิกาแต่ ขนาดเส้นใบเล็กกว่า)
3 ประดิษฐ์ ปลาตะเพียนห้อยเปลน้อง
4. ประดิษฐ์ ปี่พระอภัย (เป่าได้จริง)


ประโยชน์
1. ได้ของเล่นชิ้นใหม่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
2. รู้จักประดิษฐ์ ของเล่น จากวัสดุจากธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
3. สอนให้ลูกหลานได้เรียนรู้ การประดิษฐ์ของเล่น และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น
4.ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ของเล่นภูมิปัญญาไทย สาน กบ อ๊บ อ๊บ

 ของเล่นภูมิปัญญาไทย การสานกบ
การสานกบ ด้วยตอกไม้ไผ่
ขั้นตอนที่ 1
ขั้นตอนที่ 2
ขั้นตอนที่ 3
ขั้นตอนที่ 4
ขั้นตอนที่ 5
ขั้นตอนที่ 6
ขั้นตอนที่ 7
ขั้นตอนที่ 8
ขั้นตอนที่ 9
ขั้นตอนที่ 10
 ขั้นตอนที่ 11
 ขั้นตอนที่ 12
 ขั้นตอนที่ 13
 ขั้นตอนที่ 14